นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 2004 ทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกายังได้ออกมาให้ข้อมูลว่า "มีหลักฐานสนับสนุนแต่ไม่ได้ข้อสรุปว่าทั้ง EPA และ DHA อาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมามีงานวิจัยบางชิ้นที่สนับสนุนว่า สารนี้มีประโยชน์ คือ สามารถป้องกันและลดอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าไม่ได้มีประโยชน์ดังที่กล่าวมา
อย่างไรก็ดี วารสารโรคหัวใจที่ชื่อ Clinical Cardiology ได้เปิดเผยข้อมูลการศึกษาในปี ค.ศ.2009 ที่แสดงให้เห็นว่าไขมันแบบโอเมก้า-3 นี้ยับยั้งเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า monocytes ไม่ได้ไปเกาะบริเวณผนังของหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นสาเหตุเริ่มต้นในการทำให้เกิดพลัก (plague) ที่หลอดเลือด ทั้งนี้เนื่องจากมีการสร้าง thromboxane A2 ลดลง ซึ่งเป็นปัจจับหนึ่งที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดและเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดหดตัว
สำหรับอาหารจากแหล่งธรรมชาติที่มีเจ้าไขมันโอเมก้า-3 สูง ก็คือ ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ปลาซาดีน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปลาฝรั่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าปลาเชื้อสายไทยจะไม่มีนะครับ ปลาไทยก็มีโอเมก้า-3 เช่นกัน อาทิ ปลาสวาย ปลาช่อน ปลานวลจันทร์ ซึ่งเป็นปลาน้ำจืด ส่วนปลาทะเลก็เช่น ปลากระพงขาว ปลาทู ปลาตาเดียว ปลารัง ปลากระพง ปลาเก๋า ปลาสำลี ปลาอินทรีย์ ปลาโอ ฯลฯ ซึ่งเป็นปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปริมาณที่เหมาะสมด้วย แต่ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ ปลาสวาย ซึ่งมีมากในเมืองไทยนั้นมีโอเมก้า-3 มากถึง 2,570 มิลลิกรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม ซึ่งสูงกว่าเนื้อปลาแซลมอนที่มีโอเมก้า-3 เพียง 1,000-1,700 มิลลิกรัมเท่านั้นในขนาดเท่ากัน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าไขไก่ที่ได้จากแม่ไก่ ซึ่งเลี้ยงด้วยผักและแมลง มีปริมาณโอเมก้า-3 มากกว่าแม่ไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดและถั่ว
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเบาหวาน....ที่ไม่หวาน
เบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากอดอาหารมานาน 8 ชั่วโมงสูงกว่าปกติ คือสูงกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ร่วมกับมีอาหารผิดปกติต่างๆ เช่น ปัสสาวะมาก กระหายน้ำมาก น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ ภาวะเบาหวานไม่ได้เกิดขี้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสมสั่งสมเป็นระยะเวลานาน และขาดการออกกำลังกาย
ภาวะก่อนเบาหวาน
ก่อนที่จะเป็นเบาหวาน เราอาจจะมีภาวะก่อนเบาหวานซึ่งเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ (แต่ต่ำกว่า 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) โดยภาวะก่อนเบาหวานจะเริ่มจากร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งอินซูลินจะมีหน้าที่นำน้ำตาลกลูโคสไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อดื้อต่ออินซูลินทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้ ส่งผลให้น้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขี้น ซึ่งไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาในกระแสเลือดเพิ่มขี้น ขณะที่ตับก็จะผลิตน้ำตาลกลูโคสเพิ่มขี้นเพื่อชดเชยภาวะขาดแคลนพลังงานของร่างกาย จนส่งผลให้มีระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดสูงกว่าปกติแต่ยังไม่สูงเท่าคนเป็นเบาหวาน โดยภาวะนี้จะเกิดขี้นหลังจากรับประทานอาหาร ซึ่งเราเรียกว่า ภาวะความทนต่อน้ำตาลกลูโคสบกพร่อง (Impaired glucose tolerance) โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขี้นจากภาวะนี้จะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดแดงเล็ก อาทิ โรคไต เบาหวานขี้นตา ปลายประสาทอักเสบ อาการชาที่ขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบประสาทเสื่อม
นอกจากนี้หากเกิดภาวะก่อนเบาหวานขึ้น แล้วไม่มีการดูแลรักษาตัวเองหรือควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีตั้งแต่แรก ผู้นั้นก็จะพัฒนาไปเป็นเบาหวานในไม่ช้า โดยประมาณร้อยละ 40-50 ของคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินและความทนต่อกลูโคสบกพร่องจะพัฒนาเป็นเบาหวานภายใน 10 ปี ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับหลอดเลือดแดงใหญ่นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ และโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
ที่มา นิตยสาร Health Today
ภาวะก่อนเบาหวาน
ก่อนที่จะเป็นเบาหวาน เราอาจจะมีภาวะก่อนเบาหวานซึ่งเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ (แต่ต่ำกว่า 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) โดยภาวะก่อนเบาหวานจะเริ่มจากร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งอินซูลินจะมีหน้าที่นำน้ำตาลกลูโคสไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อดื้อต่ออินซูลินทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้ ส่งผลให้น้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขี้น ซึ่งไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาในกระแสเลือดเพิ่มขี้น ขณะที่ตับก็จะผลิตน้ำตาลกลูโคสเพิ่มขี้นเพื่อชดเชยภาวะขาดแคลนพลังงานของร่างกาย จนส่งผลให้มีระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดสูงกว่าปกติแต่ยังไม่สูงเท่าคนเป็นเบาหวาน โดยภาวะนี้จะเกิดขี้นหลังจากรับประทานอาหาร ซึ่งเราเรียกว่า ภาวะความทนต่อน้ำตาลกลูโคสบกพร่อง (Impaired glucose tolerance) โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขี้นจากภาวะนี้จะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดแดงเล็ก อาทิ โรคไต เบาหวานขี้นตา ปลายประสาทอักเสบ อาการชาที่ขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบประสาทเสื่อม
นอกจากนี้หากเกิดภาวะก่อนเบาหวานขึ้น แล้วไม่มีการดูแลรักษาตัวเองหรือควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีตั้งแต่แรก ผู้นั้นก็จะพัฒนาไปเป็นเบาหวานในไม่ช้า โดยประมาณร้อยละ 40-50 ของคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินและความทนต่อกลูโคสบกพร่องจะพัฒนาเป็นเบาหวานภายใน 10 ปี ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับหลอดเลือดแดงใหญ่นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ และโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
ที่มา นิตยสาร Health Today
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)