วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อารมณ์ทางการเมือง 3/3

ในครอบครัวที่มีเด็กพ่อแม่คำนึงเสมอว่ายังต้องทำหน้าที่ดูแลลูกร่วมกัน ไม่ว่าจะสนใจข่าวสารมากขนาดไหน ต้องแบ่งเวลาดูแลลูก ระมัดระวังการใช้อารมณ์ต่อหน้าลูก หรือการโต้เถึยงด้วยคำพูดที่รุนแรงรวมทั้งแสดงอารมณ์ผ่านลูก ถ้าอารมณ์เสียมากจนทำไม่ได้แสดงว่าปล่อยให้อารมณ์ทางการเมืองมีมากเกินปกติต้องรีบลด อารมณ์ตนเองทันที สำหรับลูกที่เริ่มโดย เขาจะเริ่มสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขี้น การคุยกับลูกเป็นโอกาสที่ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องการเมือง และในหลายสถานการณ์ลูกยัง ตองการคำอธิบายและคำแนะนำให้เข้าใจ โดยเฉพาะเรืองการไม่ใช้ความรุนแรง การปฏิบัติตามหลักการของกฏหมายรวมทั้งเรื่องประชาธิปไตย

ทั้งนี้เด็กวัยรุ่นจะพัฒนาความคิดทางการเมืองของตนเองตามความสนใจ พ่อแม่เพียงพูดคุยและดูแลว่าการจัดการกับอารมณ์ทางการเมืองของลูกเป็นอย่างไร ถ้าเขา สามารถดูแลตนเองและมีการรวมกลุ่มตามความสนใจ ควรให้ลูกได้เรียนรู้ทางการเมือง ถ้าลูกอยู่ขั้วตรงข้าม คงต้องยอมรับความแตกต่าง ใช้การอยู่ร่วมกันด้วยการ ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง

เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่กระทบกับทุกคน แต่ไม่ควรนำเอาอารมณ์ทางการเองไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว ถ้าครอบครัวไหนเผลอทะเล่ากันเรื่องความเห็นต่าง ทางการเมืองไปแล้ว รีบลดระดับอารมณ์ทางการเมือง หันมาทำแผนปรองดองกันในครอบครัวด้วยการยอมรับ ใส่ใจและห่วงใยต่อกัน

ที่มา นิตยสาร HealthToday

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อารมณ์ทางการเมือง 2/3

กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแบบประเมินอารมณ์ทางการเมือง โดยถามถึงลักษณะที่แสดงว่าเริ่มก่ออารมณ์ทางการเมือง เช่น อารมณ์เสียเวลาคุยเรื่องการเมือง ถ้าคน พูดเรื่องการเมืองที่ไม่เห็นด้วย จะต้องเถียงเสมอ หมกมุ่นกับเรื่องการเมืองจนลดความสนใจเรื่องอื่นเกิดความกังวลกลัวว่าจะเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงเป็นต้น ซึ่งจา การติดตามอารมณ์ทางการเมืองของคนไทยพบว่าระดับอารมณ์ทางการเมืองโดยภาพรวมเพิ่มสูงขี้น มีทั้งอารมณ์เบื่อหน่าย หดหู่ โกรธ โมโห เกลียด กังวล สับสนใจ จนเกิดเป็นความตึงเครียดทางอารมณ์

ผลของข่าวสารการเมืองส่งผลต่อครอบครัวแตกต่างกันไป ครอบครัวส่วนใหญ่ยังสามารถรับมือกับสถานการณ์และไม่ส่งผลอะไรกับครอบครัวรองลงไปรู้สึกว่าความ เห็นต่างแต่ยังไม่ถึงกับขัดแย้ง อีกส่วนรู้สึกว่าใกล้ชิดสนิทกันมากขี้น แต่มีครอบครัวที่รู้สึกว่าขัดแย้งและขัดแย้งรุนแรงมากในครอบครัว ถ้าอารมณ์ทางการเมืองยังคง อยู่ครอบครัวที่ขัดแย้งกันจะหากทางออกอย่างไร ครอบครัวที่เริ่มเห็นต่างแต่ยังไม่ขัดแย้งจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เป็นอีกครอบครัวที่ขัดแย้งกัน

ครอบครัวใดที่รู้สึกว่าตึงเครียด อารมณ์เสีย ขัดแย้งทะเลาะกัน จนความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มเปลี่ยนแปลงคงต้องตั้งหลักเริ่มต้นจากตัวเอง โดยเฉพาะพ่อและแม่ ที่ยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลลูก ถ้ารู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิด อึดอัด หรือเบื่อหน่ายกับเรื่องการเมืองมาก ต้องเริ่มจากลดการรับข่าวสารที่กระตุ้นอารมณ์ตนเองลง หาวิธี ผ่อนคลายออกจากความตึงเครียดทางอารมณ์ เช่นการหากิจกรรมที่ช่วนให้เพลิดเพลินขี้นแทนการจดจ่ออยู่กับการรับข่าวสาร นอกจากนี้ควรเลือกรับข้อมูลจาก แหล่งที่แตกต่างแทนการรับข้อมูลช่องทางเดียว เริ่มมองหาจุดที่แตกต่างจากมุมมองของตนเอง หากเริ่มได้เช่นนี้และอารมณ์ตึงเครียดเริ่มลดระดับลงจะสังเกตว่า สามารถทำหน้าทีทั้งในบ้านและนอกบ้านได้เหมือนเดิมปกติ เริ่มจากตัวเองก่อนเสมอ ก่อนที่จะไปคาดหวังจากคนอื่นในครอบครัว

สำหรับความขัดแย้งจากสมาชิกในครอบครัว ต้องเริ่มจากความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความเห็นต่างทางการเมืองเกิดขี้นได้แม้กับคนในครอบครัวเดียวกันที่เราเชื่อว่า น่าจะเห็นเหมือนกัน ยอมรับความแตกต่างเหมือนกับที่ยอมรับความแตกต่างกันในเรื่องอื่นๆ ระมัดระวังอารมณ์ทางการเมืองทั้งของตัวเราเองและของอีกฝ่าย ถ้าคิด ว่าต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์ควรหลีกเลี่ยงการโต้แย้งกัน ซึ่งจะนำไปสู่อารมณ์ที่รุนแรงมากขี้น ถ้าเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มหมกมุ่นมากจนตึงเครียด ควรแสดงความห่วงใย ชัก ชวนให้ผ่อนคลายตนเองหรือทำข้อตกลงในครอบครัวที่จะมีวันที่ทุกคนจะลดการรับข่าวสาร มาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกันในครอบครัว ส่วนความสนใจขั้วการ เมืองให้ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน อย่าลืมสื่อสารที่จะทำหน้าที่ในครอบครัวร่วมกันอยู่เสมอ

ที่มา นิตยสาร HealthToday

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อารมณ์ทางการเมือง 1/3

ในปีนี้นอกจากอากาศที่ร้อนกว่าปีที่ผ่านมา ยังมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ดูเหมือนจะร้อนแรงกว่า ถึงขนาดที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่เคยผ่านความรุนแรง ทางการเมืองมาหลายรอบคาดว่ารอนี้น่าจะเป็นรอบที่สังคมไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองมากที่สุด แม้ว่าการชุมนุมทางการเมืองจะยุติลงแล้ว แต่อารมณ์ทางการ เมืองของคนไทยทั้งประเทศคงยังดำเนินต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง และด้วยอารมณ์ทางการเมืองที่ขัดแย้งมานานได้ส่งผลไม่เฉพาะตัวบุคคล แต่ยังได้ขยายวงเข้าไป ในระดับชุมชนและสังคม รวมทั้งระดับครอบครัวที่พบความขัดแย้ง ความเห็นต่าง การกระทบกระทั่งของคนในครอบครัวที่เกิดจากอารมณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

ความขัดแย้งในครอบครัวมีทั้งการเลือกขั้วคู่ขัดแย้งทางการเมืองของสมาชิกในครอบครัวในหลายรูปแบบ บางครอบครัวพ่อแม่ขัดแย้งกัน บางครอบครัวลูกเห็นต่าง จากพ่อหรือแม่ หรือทั้งพ่อและแม่ บางครอบครัวมีสมาชิกคนเดียวที่เห็นต่างจากทั้งครอบครัวใหญ่ เรียกว่ามีการรวมญาติต้องเจียมเนื้อเจียมตัวฟังเขาคุยกัน ทั้งที่ใน ใจอยากจะโต้เถึยง ในขณะเดียวกันครอบครัวที่เลือกขั้นเดียวกันก็อาจมีความเห็นที่แตกต่างกันในบางประเด็นเชิงรายละเอียด ซี่งอาจจะมีการถกเถึยงส่วนที่ต่างกัน ได้เช่นเดียวกันแม้จะชอบขั้นการเมืองฝั่งเดียวกัน

สถานการณ์ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องทำให้คนเกิดความสนใจและติดตามข่าวสารทางการเมืองเพิ่มมากขี้น ในบางกลุ่มที่เลือกขั้วทางการเมืองมักเลือกรับข่าวสารจาก ช่องทางเฉพาะและมักบริโภคข้อมูลต่อเนื่องในปริมาณมาก กลุ่มที่ไม่เลือกขั้นรับข่าวสารจากสื่อทั่วไปอาจไม่มากเท่ากับกลุ่มที่เลือกขั้น แต่ก็พบว่ามีปริมาณการรับ ข่าวที่เพิ่มมากขี้นเช่นเดียวกัน การรับข้อมูลอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่มากขี้นส่งผลต่อการรับรู้ของบุคคล ก่อให้เกิดภาวะการใช้อารมณ์ความรู้สึกต่อข้อมูลมากกว่า การใช้เหตุผลในการเลือกกลั่นกรองข้อมูลจนนำไปสู่การเกิดอารมณ์ทางการเมือง

ที่มา นิตยสาร HealthToday