วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อารมณ์ทางการเมือง 2/3

กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแบบประเมินอารมณ์ทางการเมือง โดยถามถึงลักษณะที่แสดงว่าเริ่มก่ออารมณ์ทางการเมือง เช่น อารมณ์เสียเวลาคุยเรื่องการเมือง ถ้าคน พูดเรื่องการเมืองที่ไม่เห็นด้วย จะต้องเถียงเสมอ หมกมุ่นกับเรื่องการเมืองจนลดความสนใจเรื่องอื่นเกิดความกังวลกลัวว่าจะเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงเป็นต้น ซึ่งจา การติดตามอารมณ์ทางการเมืองของคนไทยพบว่าระดับอารมณ์ทางการเมืองโดยภาพรวมเพิ่มสูงขี้น มีทั้งอารมณ์เบื่อหน่าย หดหู่ โกรธ โมโห เกลียด กังวล สับสนใจ จนเกิดเป็นความตึงเครียดทางอารมณ์

ผลของข่าวสารการเมืองส่งผลต่อครอบครัวแตกต่างกันไป ครอบครัวส่วนใหญ่ยังสามารถรับมือกับสถานการณ์และไม่ส่งผลอะไรกับครอบครัวรองลงไปรู้สึกว่าความ เห็นต่างแต่ยังไม่ถึงกับขัดแย้ง อีกส่วนรู้สึกว่าใกล้ชิดสนิทกันมากขี้น แต่มีครอบครัวที่รู้สึกว่าขัดแย้งและขัดแย้งรุนแรงมากในครอบครัว ถ้าอารมณ์ทางการเมืองยังคง อยู่ครอบครัวที่ขัดแย้งกันจะหากทางออกอย่างไร ครอบครัวที่เริ่มเห็นต่างแต่ยังไม่ขัดแย้งจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เป็นอีกครอบครัวที่ขัดแย้งกัน

ครอบครัวใดที่รู้สึกว่าตึงเครียด อารมณ์เสีย ขัดแย้งทะเลาะกัน จนความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มเปลี่ยนแปลงคงต้องตั้งหลักเริ่มต้นจากตัวเอง โดยเฉพาะพ่อและแม่ ที่ยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลลูก ถ้ารู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิด อึดอัด หรือเบื่อหน่ายกับเรื่องการเมืองมาก ต้องเริ่มจากลดการรับข่าวสารที่กระตุ้นอารมณ์ตนเองลง หาวิธี ผ่อนคลายออกจากความตึงเครียดทางอารมณ์ เช่นการหากิจกรรมที่ช่วนให้เพลิดเพลินขี้นแทนการจดจ่ออยู่กับการรับข่าวสาร นอกจากนี้ควรเลือกรับข้อมูลจาก แหล่งที่แตกต่างแทนการรับข้อมูลช่องทางเดียว เริ่มมองหาจุดที่แตกต่างจากมุมมองของตนเอง หากเริ่มได้เช่นนี้และอารมณ์ตึงเครียดเริ่มลดระดับลงจะสังเกตว่า สามารถทำหน้าทีทั้งในบ้านและนอกบ้านได้เหมือนเดิมปกติ เริ่มจากตัวเองก่อนเสมอ ก่อนที่จะไปคาดหวังจากคนอื่นในครอบครัว

สำหรับความขัดแย้งจากสมาชิกในครอบครัว ต้องเริ่มจากความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความเห็นต่างทางการเมืองเกิดขี้นได้แม้กับคนในครอบครัวเดียวกันที่เราเชื่อว่า น่าจะเห็นเหมือนกัน ยอมรับความแตกต่างเหมือนกับที่ยอมรับความแตกต่างกันในเรื่องอื่นๆ ระมัดระวังอารมณ์ทางการเมืองทั้งของตัวเราเองและของอีกฝ่าย ถ้าคิด ว่าต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์ควรหลีกเลี่ยงการโต้แย้งกัน ซึ่งจะนำไปสู่อารมณ์ที่รุนแรงมากขี้น ถ้าเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มหมกมุ่นมากจนตึงเครียด ควรแสดงความห่วงใย ชัก ชวนให้ผ่อนคลายตนเองหรือทำข้อตกลงในครอบครัวที่จะมีวันที่ทุกคนจะลดการรับข่าวสาร มาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกันในครอบครัว ส่วนความสนใจขั้วการ เมืองให้ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน อย่าลืมสื่อสารที่จะทำหน้าที่ในครอบครัวร่วมกันอยู่เสมอ

ที่มา นิตยสาร HealthToday

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น