ในครอบครัวที่มีเด็กพ่อแม่คำนึงเสมอว่ายังต้องทำหน้าที่ดูแลลูกร่วมกัน ไม่ว่าจะสนใจข่าวสารมากขนาดไหน ต้องแบ่งเวลาดูแลลูก ระมัดระวังการใช้อารมณ์ต่อหน้าลูก
หรือการโต้เถึยงด้วยคำพูดที่รุนแรงรวมทั้งแสดงอารมณ์ผ่านลูก ถ้าอารมณ์เสียมากจนทำไม่ได้แสดงว่าปล่อยให้อารมณ์ทางการเมืองมีมากเกินปกติต้องรีบลด
อารมณ์ตนเองทันที สำหรับลูกที่เริ่มโดย เขาจะเริ่มสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขี้น การคุยกับลูกเป็นโอกาสที่ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องการเมือง และในหลายสถานการณ์ลูกยัง
ตองการคำอธิบายและคำแนะนำให้เข้าใจ โดยเฉพาะเรืองการไม่ใช้ความรุนแรง การปฏิบัติตามหลักการของกฏหมายรวมทั้งเรื่องประชาธิปไตย
ทั้งนี้เด็กวัยรุ่นจะพัฒนาความคิดทางการเมืองของตนเองตามความสนใจ พ่อแม่เพียงพูดคุยและดูแลว่าการจัดการกับอารมณ์ทางการเมืองของลูกเป็นอย่างไร ถ้าเขา
สามารถดูแลตนเองและมีการรวมกลุ่มตามความสนใจ ควรให้ลูกได้เรียนรู้ทางการเมือง ถ้าลูกอยู่ขั้วตรงข้าม คงต้องยอมรับความแตกต่าง ใช้การอยู่ร่วมกันด้วยการ
ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง
เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่กระทบกับทุกคน แต่ไม่ควรนำเอาอารมณ์ทางการเองไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว ถ้าครอบครัวไหนเผลอทะเล่ากันเรื่องความเห็นต่าง
ทางการเมืองไปแล้ว รีบลดระดับอารมณ์ทางการเมือง หันมาทำแผนปรองดองกันในครอบครัวด้วยการยอมรับ ใส่ใจและห่วงใยต่อกัน
ที่มา นิตยสาร HealthToday
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น