วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ยังไม่แก่ แต่ปวดเข่า

เมื่อพูดถึงปวดเข่าคนทั่วไปมักจะเหมาเอาว่าเป็นปัญหา ข้อเข่าเสื่อม เพราะเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของข้อต่อในผู้สูงอายุ คงไม่เกินจริงที่จะพูดว่าพบได้ในแทบทุกครัวเรือน โดยเฉพาะกับคุณป้า คุณลุง ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้ไม่ยากจากอาการที่มักจะบ่นว่าปวดเข่า จะลุกจะนั่งแต่ละทีก็ลำบาก บางคนเรืยกโรค นั่งโอย ลุกโอย ถ้าเพิ่มระดับถึงรุ่นคุณยายคุณตา คุณย่าคุณปู่ยิ่งชัด บางรายวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะ 100 เมตรที่เดินเข้ามา เพราะเดินกะเผลก บ้างต้องใส่สนับเข่า บ้างต้องถือไม้เท้า และบางรายสะดุดตาด้วยภาพที่เห็นว่าข้อเข่าสองข้างโก่ง จนล้อกันสนุกๆว่ายืนเท้าชิดกันแมวยังวิ่งลอดขาได้ อันหลังนี้ยังพบเห็นได้ในชนบท ส่วนในเมืองมักจะถูกจับผ่าตัดจัดเรียงกระดูกหรือใส่ข้อเข่าเทียมเกือบหมดแล้ว ที่ยกระดับมาเป็นปัญหามากขี้นสำหรับคนเมืองขณะนี้จึงเป็นเรื่องของการปวดเมื่อยหัวเข่าในวัยทำงานหรือวัยกลางคน พบได้ตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ ถึง 40 ต้นๆ และมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันสมควร แค่คิดก็สุขภาพจิตเสื่อมไปเรียบร้อย ทั้งที่จริงไม่ใช่อย่างที่คิด เอาล่ะไม่ใช่เข่าเสื่อมแล้วเป็นโรคอะไร คำถามนี้น่าสนใจครับ คำตอบคือไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการของเข่าที่อยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร จึงทนกับภารกิจปกติทั่วไปไม่ไหว ซึ่งพบบ่อยในชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานวันละหลายๆชั่วโมง ทำให้กล้ามเนื้อขาดการเคลื่อนไหวจึงไม่แข็งแรงเหมือนคนรุ่นก่อน ภาวะนี้มีอาการใกล้เคียงกับเข่าเสื่อม แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะแยกจากกันได้ไม่ยก พอรวบรวมได้ 3 ข้อ ดังนี้

เข่าเสื่อม

1. พบบ่อยช่วงอายุมากกว่า 45 ปี

2. มีปวด บวม แดง ร้อน ได้ และปวดได้ทุกตำแหน่ง ด้านหน้า ด้านข้าง หรือข้อพับเข่าด้านหลัง

3. อาการฝืดขัดหลังตื่นนอน หรือ หลังจากนั่งนานๆ ลุกแล้วขาก้าวไม่ออก เริ่มเดินแล้วทุเลา

เข่าไม่แข็งแรง

1. พบบ่อยช่วงอายุ 20-45 ปี

2. มีแต่ปวดอย่างเดียว และมักจะปวดเฉพาะด้านหน้าหัวเข่า บางรายเมื่อยล้าหัวเข่าเป็นอาการเด่น

3. ตื่นนอนรูสึกดีไม่มีอาการ ลุกนั่งไม่ค่อยมีปัญหา แต่ปวดเมื่อยง่ายเมื่อเดินมาก


ที่มา นิตยสาร HealthToday

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น